May
14
2010
--

การติดตั้ง mysql บน CentOs5

ssh เข้า server

ตรวจสอบว่า มีการลง mysql อยู่แล้วหรือไม่
which mysql
หากระบบเจอจะแจ้งว่ามีการลงไว้แล้ว

หากต้องการลบออกใช้คำสั่งดังนี้
yum remove mysql-server
yum remove mysql

หากต้องการลงใหม่ใช้คำสั่งดังนี้
yum install mysql-server
yum install mysql
yum install mysql-devel

หากต้องการใช้ร่วมกับ php
yum install php-mysql

สั่ง mysql เริ่มทำงาน
/etc/init.d/mysqld start

ตั้ง password
mysql
mysql> USE mysql;
mysql> UPDATE user SET Password=PASSWORD(‘new-password’) WHERE user=’root’;
mysql> FLUSH PRIVILEGES;
quit

Written by admin0 in: Uncategorized |
Jun
18
2009
--

ตรวจสอบความเร็ว Internet ที่ท่านใช้งาน (Speed Test)

ท่านสามารถที่จะตรวจสอบความเร็วอินเตอร์เน็ตที่ท่านใช้งานได้

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ในประเทศ

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ

Apr
24
2009
--

Email Filter: การตั้งค่าการกรองอีเมล์

ระบบสามารถช่วยให้ท่านจัดการ ระบบอีเมล์ต่างๆได้อย่างง่ายดาย การคัดกรองอีเมล์เป็นอีกบริการตัวหนึ่งที่มีให้
การกรองอีเมล์แบ่งออกเป็นการตั้ง filter  2 ระดับ
1. User Level Filtering: เป็นการตั้งค่าเฉพาะ อีเมล์ที่เราต้องการเท่านั้น (ตัว email user สามารถตั้งค่าเองได้ผ่านทาง webmail)
2. Account Level Filtering: เป็นการตั้งค่ากลางทั้งหมด จะมีผลกับทุกอีเมล์ยูสเซอร์ในระบบ

เราสามารถกำหนดเงื่อนไขต่างๆได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 กำหนดเงื่อนไขแรก

  • From : อีเมล์ที่มาจาก …
  • Subject : อีเมล์ที่มีหัวข้อว่า…
  • To: อีเมล์ที่ส่งหา …
  • Reply address: อีเมล์ที่กำหนดให้ส่งกลับไปที่ …..
  • Body:  เนื้อหาในอีเมล์
  • Any Header: รายละเอียดของการส่งอีเมล์ Header
  • Any Recipient: อีเมล์ที่มีชื่อผู้รับ ….
  • Has not been previous deliver : อีเมล์ที่ระบบไม่สามารถส่งได้
  • Is an error message : อีเมล์ที่มีความผิดปรกติ
  • Spam status : อีเมล์ที่ระบุ ว่าเป็นสแปมอีเมล์
  • Spam bar :  แนวโน้มการเป็น สแปม
  • Spam Score:  ระบบคะแนนสแปมของอีเมล์นั้นๆ

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดเงื่อนไขที่สอง (ต้องสัมพันธ์กับเงื่อนไขแรก)

ขั้นตอนที่ 3 : เป็นค่าที่เราหรือคำที่เราต้องการกรองเข้าไป

ขั้นตอนที่ 4 : กำหนดว่าเมื่อพบข้อมูลตรงตามเงื่นไขแล้วให้ระบบทำอย่าไรต่อ แยกออกเป็น

  • Discard Message : ลบออกจากระบไม่ต้องทำการส่งมาที่ mailbox
  • Redirect to email : กำหนดให้ส่งไปยังอีเมล์อื่่นๆ (ต้องกำหนดว่าให้ส่งไปที่ใด)
  • Fail with message: ส่งกลับไปยังผู้ส่งว่าส่งไม่ได้
  • Stop processing rules: หยุดการทำงานของแบบขั้นตอนของระบบกรอง(ใช้ในกรณีมีเงื่อนไขมากกว่า 1 เงื่อนไข)
  • Deliver to folder: ให้ย้ายไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ต่างหาก (ต้องระบบชื่อ Folder ปลายทางให้ถูกต้อง)
  • Pipe to program: ส่งไปยังโปรแกรมอื่นๆ ที่มีการตั้งค่าไว้แล้ว

ขั้นตอนที่ 5: เมื่อกำหนด เงือนไขต่างๆ แล้วให้ทำการกด Activate เพื่อให้ระบบเริ่มทำการกรองอีเมล์

ตัวอย่าง: หากไม่ต้องการรับอีเมล์ที่มี attachement เป็น file .avi ให้กำหนดดังรูป

การตั้งเป็น Discard คือให้ลบออกจากระบบทันที

Written by admin0 in: Email, cPanel Feature |
Apr
24
2009
0

Regular expression:

PHP Regular Expressions Regular Expression หรือเรียกสั้นๆ regex เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการค้นหาตัวอักษร คำ หรือ ข้อความรูปแบบต่างๆ ที่เราต้องการจากข้อความอื่นๆ เมื่อค้นหาได้แล้วเราก็อาจจะแทนที่ด้วยข้อความอื่นๆ ได้

การใช้ regex ไม่ได้มีเฉพาะใน PHP นะครับ อย่างใน text editor เช่น vi emacs หรือ ใน Perl VBscript และ shell program อย่างเช่น awk และ sed ก็มีเหมือนกัน แม้กระทั่งใน MySQL ก็มีเช่นกันครับ

Metacharacters

ถ้าคุณต้องการจะใช้ regex ละก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องทำความรู้จักกับ metacharacters ครับ เพราะนอกจากเราจะใช้ตัวอักษรและตัวเลขต่างๆ ในการสร้างรูปแบบ (pattern) ของตัวอักษรที่เราต้องการจะค้นหาแล้ว เราสามารถใช้ metacharacters มาช่วยสร้างรูปแบบอื่นๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นได้

เมื่อลองแบ่งประเภทของ Metacharacters อาจแบ่งได้ดังนี้

1. Metacharacters ที่เกี่ยวกับตำแหน่ง (Positioning)

^ ใช้แทนรูปแบบที่ขึ้นต้นด้วยคำที่กำหนดในตำแหน่งเริ่มต้นของข้อความ เช่น “^the” จะตรงกับข้อความใดๆ ที่ขึ้นต้นด้วย the
$ ใช้แทนรูปแบบที่ลงท้ายด้วยคำที่กำหนด เช่น “on the table$” จะตรงกับข้อความใดๆ ที่ลงท้ายด้วย on the table
. ใช้แทนตัวอักษรใดๆ 1 ตัวอักษร ยกเว้น newline (\\n) เช่น “com.” จะ ตรงกับ com1 และ coms แต่จะไม่ตรงกับ telecom (เพราะไม่มีตัวอักษรใดต่อท้าย)

2. Metacharacters ที่เกี่ยวกับจำนวนครั้งที่ปรากฏของตัวอักษร

? แทนตัวอักษรว่าสามารถจะไม่ปรากฏหรือปรากฏ 1 ครั้ง เช่น ab? จะตรงกับ “a” หรือ “ab” (ตัว b จะไม่ปรากฏ หรือปรากฏ 1 ครั้ง)
* แทนตัวอักษรว่าสามารถจะไม่ปรากฏหรือปรากฏได้หลายครั้ง เช่น ab* จะตรงกับ “a”, “ab”, “abb”, “abbb”, “abbbb” และ “abbbb…”
+ แทนตัวอักษรว่าสามารถจะต้องปรากฏ 1 ครั้ง หรือปรากฏได้หลายครั้ง เช่น ab+ จะตรงกับ “ab”, “abb”, “abbb”, “abbbb” และ “abbbb…”
{n} เมื่อ n แทนจำนวนตัวเลข ความหมายก็คือ จะต้องปรากฏ n ครั้ง เช่น ab{4} จะตรงกับ “abbbb” เท่านั้น(b จะต้องปรากฏ 4 ครั้ง)
{n,} เมื่อ n แทนจำนวนตัวเลข ความหมายก็คือ จะต้องปรากฏอย่างน้อย n ครั้ง เช่น ab{2, } จะตรงกับ “abb”, “abbb”, “abbbb” และ “abbbb…”
{n,m} เมื่อ n และ m แทนจำนวนตัวเลข ความหมายคือ จะต้องปรากฏอย่างน้อย n ครั้งแต่ไม่เกิน m ครั้ง เช่น ab{2,5} จะตรงกับ “abb”, “abbbb” และ “abbbbb” เท่านั้น

3. Metacharacters ที่กำหนดกลุ่มและช่วงของตัวอักษร

[ ] แทนตัวอักษรหนึ่งตัว ซึ่งจะปรากฏเป็นตัวอักษรตัวใดตัวหนึ่งใน [ ] เช่น [xy] จะตรงกับ “x”, “y”, “5x”, “abcdx” ถ้าไม่ปรากฏ x หรือ y อยู่เลยก็จะถือว่าไม่ตรง เช่น “qwert”
- ใช้ร่วมกับ [ ] แทนช่วงของตัวอักษรหรือตัวเลข เช่น [a-e] จะตรงกับ “1234a”, “hello” แต่จะไม่ตรงกับ “HELLO”

4. Metacharacters อื่นๆ

( ) ใช้สำหรับจัดกลุ่มตัวอักษรเข้าด้วยกัน หรือกำหนดกลุ่มของรูปแบบย่อย เช่น a(bc)? จะตรงกับ a หรือ abc (ab จะไม่ปรากฏ หรือปรากฏ 1 ครั้ง)
\ ใช้เป็น escape character และความหมายอื่นๆ เช่น ถ้าต้องการหา “*” ในข้อความจะต้องใช้ “\\*”การใช้ baclslash ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ใช้แทน non-printing character เช่น \\a แทน alarm, BEL character (hex 07), \\n แทน newline (hex 0A) \\r แทน carriage return (hex 0D) และ \\t แทน tab (hex 09) เป็นต้น
| ใช้เป็นทางเลือกว่าจะเลือกค่าที่อยู่ทางซ้ายหรือขวาของ | เช่น “gr(a|e)y” จะตรงกับคำว่า “gray” หรือ “grey”

5. Metacharacters พิเศษที่แทนกลุ่มของตัวอักษรต่างๆ ซึ่งจะต้องใช้ใน bracket [ ] เสมอ

[:alpha:] จะตรงกับข้อความที่มีตัวอักษรใดๆ ตั้งแต่ a ถึง z หรือ A ถึง Z หรือเขียนได้เป็น [0-9a-zA-Z] ตรงกับ “ABC”, “abc”, “aBc” แต่จะไม่ตรงกับ “123″
[:alnum:] จะตรงกับข้อความที่มีตัวอักษรและตัวเลข (alphanumeric character) หรือเขียนได้เป็น [0-9a-zA-Z] ซึ่งเท่ากับ [[:alnum:]] เช่น “ab12″, “12d” แต่จะไม่ตรงกับ “&*” และ “:;” เป็นต้น
[:digit:] จะตรงกับข้อความที่มีตัวเลขอย่างน้อยหนึ่งตัว เช่น “1″, “1a2b3c” แต่จะไม่ตรงกับ “abc” เป็นต้น
[:lower:] จะตรงกับข้อความที่มีตัวอักษรตัวเล็กอย่างน้อยหนึ่งตัว (lowercase characters) เช่น “xyzabc” แต่จะไม่ตรงกับ “ABC”, “B123″ และ “123″ เป็นต้น
[:upper:] จะตรงกับข้อความที่มีตัวอักษรตัวใหญ่อย่างน้อยหนึ่งตัว (lowercase characters) เช่น “XZabc”, “A23″ แต่จะไม่ตรงกับ “abc”, “a123″ และ “123″ เป็นต้น
[:space:] จะตรงกับข้อความที่มี space อย่างน้อย 1 ตัว เช่น ” “, “a bc”, “12 3″ แต่จะไม่ตรงกับ “ab”, “abZX” และ “456″ เป็นต้น
[:print:] จะตรงกับข้อความที่มีตัวอักษรใดๆ ที่สามารถแสดงออกมาได้ (printable character) เช่น “abcX”, “124″ และ ” ” แต่จะไม่ตรงกับ “\\n” (newline)
[:graph:] จะตรงกับข้อความที่มี graphical character ยกเว้น space (” “) เช่น “abc”, “ab&” และ “1aA” แต่จะไม่ตรงกับ ” “
[:xdigit:] จะตรงกับข้อความที่มีเลขฐานสิบหก ได้แก่ a ถึง f , 0 ถึง 9 และ A ถึง F เช่น “1B”, “0A” แต่จะไม่ตรงกับ “XZ” เป็นต้น
[:punct:] จะตรงกับข้อความที่มี punctuation อย่างน้อยหนึ่งตัว เช่น “a;”, “a23b?” แต่จะไม่ตรงกับ “abc”, “123″ และ “AB3″ เป็นต้น

ลองมาดูตัวอย่างที่ซับซ้อนขึ้นมาหน่อยนะครับ

“id.[0-9]” จะตรงกับข้อความในรูปแบบ id ตามด้วยตัวอักษรใดๆหนึ่งตัวและตัวเลขอีกหนึ่งตัว
เช่น “ida1” “idx2” “idc5abc” “id3456″ และ แต่จะไม่ตรงกับ “id5x” เพราะ x ไม่ใช่ตัวเลขระหว่าง 1 ถึง 9

“^id.[0-9]$” จะตรงกับข้อความในรูปแบบ id ตามด้วยตัวอักษรใดๆหนึ่งตัวและตัวเลขอีกหนึ่งตัว
เช่น “ida1” “idx2” แต่จะไม่ตรงกับ “idc5abc” “id3456″ “dfidf6sdf” “id5x”

“^.{5}$” จะตรงกับข้อความที่มีตัวอักษรหรือตัวเลข 5 ตัวติดกันเท่านั้น
เช่น “abcde” “12345” “a1b2c” แต่จะไม่ตรงกับ “abcdef” “ab1″ “123a5bc” เป็นต้น

“a(bc)*” จะตรงกับข้อความที่มีตัวอักษร a อย่างเดียว หรือตามด้วย bc อย่างน้อย 1 ครั้ง
เช่น “a” “abc” “abcbc” “abcbcbc” แต่จะไม่ตรงกับ “abcb” เป็นต้น

“a(bc){2,4}” จะตรงกับข้อความที่มีตัวอักษร “abcbc” “abcbcbc” และ “abcbcbcbc” เท่านั้น และจะไม่ตรงกับ “abcbcbcbcbc”

“a(bc)?” จะตรงกับข้อความ “a” และ “abc” เท่านั้น

“[a-z]” จะตรงกับข้อความที่มีตัวอักษรตัวเล็กตั้งแต่ a ถึง z ในข้อความ
เช่น “x” “a456xcdf” “1234u” แต่จะไม่ตรงกับ “34116″ “@#$%” และ “ABC” เป็นต้น

“^[a-zA-Z]” จะตรงกับข้อความที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรตัวเล็กหรือตัวใหญ่
เช่น “a999″ “A dog” และ “ABCD” แต่จะไม่ตรงกับ “2 dogs” “23sdfadg” เป็นต้น

จากตัวอย่างข้างบนถ้าเราเปลี่ยนเป็น “[^a-zA-Z]” ความหมายจะตรงกับข้อความอะไรก็ได้ที่มีตัวอักษรที่ไม่ใช่ตัวอักษรตัวเล็ก หรือตัวใหญ่ปนอยู่ด้วย เช่น “ab%Sd” “abc45” และ “Abc#” แต่ถ้าต้องการให้ตรงกับตัวอักษรตัวแรกของข้อความจะต้องไม่เป็นตัวอักษรตัว เล็กหรือใหญ่ จะต้องใช้รูปแบบเป็น “^[^a-zA-Z]” ซึ่งจะตรงกับ “12AB” และ “#ABc” แต่จะไม่ตรงกับ “ab%Sd” “abc45″ และ “Abc#” ส่วน “[^a-zA-Z]$” ก็จะหมายถึงข้อความอะไรก็ได้ที่ไม่ลงท้ายด้วยตัวอักษรตัวเล็กหรือตัวใหญ่ เช่น “AbcD2” และ “abcd%” เป็นต้น

“[0-9]%” จะตรงกับข้อความที่มีตัวเลขแล้วตามด้วย %
เช่น “90%” “90%df” “a4%” “ad7%” แต่จะไม่ตรงกับ “xx%” เป็นต้น

“[0-9][0-9]%” จะตรงกับข้อความที่มีตัวเลข 2 ตัวแล้วตามด้วย %
เช่น “90%” “90%z” “is 90%” แต่จะไม่ตรงกับ “xx%” “ad7%” เป็นต้น

“[0-9][0-9]%$” จะตรงกับข้อความที่มีตัวเลข 2 ตัวแล้วตามด้วย % เท่านั้น ซึ่งจะต้องไม่มีอะไรต่อท้ายเครื่องหมาย %
เช่น “90%” “is 90%” แต่จะไม่ตรงกับ “90%z” “xx%” “ad7%” เป็นต้น

สำหรับ brackets [ ] นั้นจะมีข้อควรระวังเมื่อเรานำ metacharacters เช่น ^ . [ ] $ * + ? { } เข้าไปไว้ใน brackets [ ] แล้วมันจะกลายเป็นตัวอักษรธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง โดยความหมายของ metacharacters จะหายไป
ตัวอย่างเช่น “[*][0-9]” จะตรงกับข้อความที่มีตัว * แล้วตามด้วยตัวเลข เช่น “d9x*8x”

จากตัวอย่างที่แล้ว ถ้าเรานำเครื่องหมาย brackets [ ] ที่ครอบ * อยู่ออก ก็จะกลายเป็น “*[0-9]” ซึ่งเมื่อไม่มีเครื่องหมาย brackets อยู่แล้ว จะทำให้ * กลับไปเป็น metacharacters เช่นเดิม และเมื่อทดลองคำสั่งนี้ เราก็จะได้ error ออกมาเป็น Warning: REG_BADRPT…
เพื่อแก้ปัญหานี้เราสามารถนำ escape character ( \\ ) มาช่วย โดยการใส่ \\ เข้าไปข้างหน้า * ก็จะได้เป็น “\\*[0-9]” ซึ่งก็จะมีความหมายเท่ากับ “[*][0-9]” นั่นเองครับ

สำหรับ Metacharacters พิเศษที่แทนกลุ่มของตัวอักษรต่างๆ นั้นเราสามารถนำมาใช้กำหนดรูปแบบที่เราต้องการได้ เช่น ^[[:alpha:]] จะมีความหมายเท่ากับ ^[a-zA-Z] ในตัวอย่างที่ผ่านมา หรือเราสามารถเขียนในรูปแบบอื่นๆ ได้ เช่น ถ้าต้องการหาข้อความที่ประกอบด้วยตัวเลข 0 ถึง 9 หรือตัวอักษร a ถึง e ก็สามารถเขียนได้เป็น [[:digit:]a-e] ซึ่งจะตรงกับข้อความ เช่น “1″ “15″ “a” “b0abczvh” แต่จะไม่ตรงกับ “g” และ “hjvz” เป็นต้น

นอกจากนี้มีข้อที่ควรสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ เราสามารถนำเอา regex 2 อันมารวมกันได้ ซึ่งรูปแบบของการเปรียบเทียบก็จะตรงกับรูปแบบของการรวมกันนั้นๆ เช่น “[a-z][0-9]$” ก็จะตรงกับข้อความที่มีตัวอักษร 2 ตัวท้ายเป็นตัวอักษรตัวเล็กตามด้วยตัวเลข เช่น “ASDFz5” และ “1235d0” และก็จะไม่ตรงกับ “ABCD4″ เป็นต้น

ตัวอย่างการนำเอา regex หลายๆ ตัวมารวมกัน เช่น “[0-9]{2}-[0-9]{2}-[0-9]{4}” ซึ่งก็จะเป็นรูปแบบ xx-xx-xxxx โดยที่ x แต่ละตัวแทนตัวเลข เช่น 08-04-2002 เป็นต้น ซึ่งถ้าไม่ได้จัดเรียงตัวเลขรูปแบบนี้ก็จะไม่ตรงกับรูปแบบของ regex ที่กำหนด

==========================

REF: http://www.phpconcept.com/node/8

Apr
24
2009
0

Preference : การตั้งค่าทั่วไป

ในหัวข้อนี้ท่านสามารถเข้ามาตั้งค่าเร่ิมต้นของระบบได้ ผ่านทาง Setup Wizard ที่จะนำท่านตั้งค่าทีละขั้นตอนจนสมบูรณ์ จะประกอบด้วยหัวขอย่อย

  • Getting Started Wizard
  • ตั้งค่าอื่นๆ
Written by admin0 in: Preference |
Apr
24
2009
--

การเข้า cpanel

cPanel เป็นที่ซึ่งใช้จัดการระบบทั้งหมดของ เซร์ฟเวอร์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการ เพ่ิมลบอีเมล์ ตรวจสอบการใช้งาน ดูรายงานสถิติ กรองอีเมล์ต่างๆ และอื่นๆ อีกมายดูได้ในรายละเอียด cpanel feaure.

การเข้า cpanel

  1. พิมพ์ http://yourdomain.com/cpanel  หรือ http://yourdomain.com:2082         (yourdomain.com คือชื่อเว็บไซค์ของท่าน)
  2. กรอกชื่อ ยูสเซอร์ และ พาสเวร์ดในช่องที่กำหนด
  3. กดปุ่ม Enter หรือคลิก OK

** หากท่านต้องการต่อเชื่อมกับระบบผ่านระบบป้องกันความปลอดภัยมากขึ้นให้เท่านเข้าโดยพิมพ์ https://yourdomain.com:2083 การเข้าแบบนี้เป็นการเข้ารหัสการเปิดเว็บไซต์ที่ปลอดภัยมากขึ้น

Oct
17
2008
0

Open Office.org : :The free and open productivity suite ::

Ms office - Open Office

Open office .org คือโปรแกรมที่สามารถใช้ทดแทน microsoftoffice ได้ ไม่ว่าจะเป็น word, excel, power point, access.  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีโปรแกรมต่างๆ ที่เป็นลักษณะของ opensource เกิดขึ้นมากมายเนื่องจาก opensource โดยรวมแล้วผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ภายใต้เงื่อนไข)

ท่านสามารถ Download โปรแกรมได้ที่นี่

ผู้เขียนเองต้องยอมรับว่าโปรแกรมชุด Microsoft Office เป็น ชุดโปรแกรมที่ดีมาก มีผู้ใช้งานมาก เนื่องจากได้มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน แต่ที่ต้องหันมามองทางด้าน opensource software บ้างเนื่องจากงบประมาณที่จำกัดให้การจัดหาชุด Microsoft office ให้กับทุกๆเครื่องภายในองค์กร ดังนั้น opensource software จึงเป็นทางออกที่ดีอีกทางหนึ่ง ซึ่งเราสามารถเปรียบเทียบโปรแกรมต่างๆ บนชุด MS Office และ Openoffice.org ได้ดังนี้

คุณลักษณะเทียบกันได้ดังนี้

ชื่อโปรแกรมฝั่งไมโครซอร์ฟ ชื่อโปรแกรมฝั่ง Openoffice.org
MS Office Open Office
Microsoft Word Text Document
Microsoft Excel Spread Sheet
Microsoft Powerpoint Presentation
Microsoft Access Database
Paint Drawing

ท่านสามารถ Download ได้ที่นี่

Sep
08
2008
--

แนะนำการใช้งาน Web Disk

Web disk : เป็นฟังชั่นหนึ่งในระบบของเรา ที่จะทำท่านสามารถใช้งานพื้นที่ของท่านที่ใช้บริการกับทางเราได้สะดวกขึ้น  ฟังก์ชั่นนี้จะเป็นการ เชื่อมต่อไปที่ server โดยที่พื้นที่บน Server จะถูก connect มาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านเสมือนเป็น drive หนึ่ง ท่านเพียง copy ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของท่านมาที่ drive นี้ ก็เหมือนกับท่านได้ copy file ไปที่ server ผ่านทาง ftp หรือ file manager.

การใช้งาน Web Disk ใน ครั้งแรก ให้ท่านตั้งค่าผ่านทางระบบก่อน โดย login เข้าที่ cPanel ก่อน
ดู Web Disk

Written by admin0 in: cPanel Feature | Tags: ,
Jun
12
2008
--

แนะนำ Webmail ตัวใหม่ Round Cube

 

ทางบริษัทฯ ได้มีการเพิ่ม ระบบ webmail ขึ้นมาอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งครับ ชื่อว่า RoundCube เป็น webmail ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและที่สำคัญ รองรับภาษาไทย เต็มรูปแบบ

 

RundCube Webmail เป็นระบบเว็บเมล์ที่ทำงานบน IMAP Server และยังรองรับได้หลายภาษารวมไปถึงภาษาไทย สามารถใช้งานได้ง่าย รูปแบบสะอาดตา รองรับ browser เกือบทั้งหมด 

  • ท่านสามารถสร้างเพิ่มลบ folder ต่างๆ ได้อย่างสะดวก 
  • มี preview panel(คล้ายใน outlook) 
  • สามารถกดปุ่ม delete เพื่อลบอีเมล์ได้ทันที
  • แสดงรูปภาพที่แนบมาได้ทันที
  • เพิ่ม email address เข้าใน addressbook ด้วยการกดปุ่มเดียว
  • เมื่อส่งอีเมล์หาก มีชื่ออยู่ใน addressbook จะขึ้นตัวต่อให้อัตโนมัติ
การเข้าใช้งาน : ให้ login เข้า webmail ปรกติ (yourdomain.com/webmail) ท่านจะเป็น icon RoundCube เพิ่มมาอีก 1 ตัว (ปรกติจะมี Horde และ Squirrel Mail)
 

Screen Shot

Written by admin0 in: Webmail, cPanel Feature | Tags: , ,

Powered by WordPress | Aeros Theme | TheBuckmaker.com